26 JUNE 2026
Children
ด้วยความที่ไม่ได้เป็นพ่อแม่คน และไม่มีแพลนในอนาคตว่าจะเป็นด้วย เลยไม่ค่อยเข้าใจและไม่สามารถคาดเดาได้ว่า พวกเขายอมรับการไม่อาจใช้เวลาร่วมกับลูกในขณะที่มันกำลังเติบโต ซึ่งเป็นช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีวันย้อนกลับมาอีก ได้ยังไง
เพราะแม้แต่เราในวันนี้ ขณะกำลังนั่งมองแมวที่เลี้ยง ก็เหมือนเห็น ticking time bombs จำนวนแปดลูกสำหรับความเสียใจฟูมฟายอันไม่อาจหลีกเลี่ยงเมื่ออายุขัยอันแสนสั้นของมันจะจบลง เพียงแค่นั้นก็ทำให้ไม่อยากจากมันไปไหน อยากใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่บ้าน แม้จะไม่ได้เฝ้ามองตลอดเวลา แต่ก็รับรู้การมีตัวตนของกันและกันตลอดเวลาได้
ถามว่าเราเองได้ทำอะไรแบบนั้นจริงหรือไม่ แน่นอนว่าไม่... แม้จะอยากทำแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องออกจากบ้านด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เมื่อเรามีเหตุผลที่ชัดเจนพอ หรือมีความจำเป็นมากพอ ก็จะอนุญาตให้ตัวเองปล่อยวางเรื่องแมวลงไปเอง แล้วยืนยันว่านั่นคือ "ทำเท่าที่ทำได้" แล้ว "ทำดีที่สุด" แล้ว แต่สำหรับเด็กที่เกิดมาเป็นลูกของคนเป็นพ่อและแม่ จะเป็นแบบเดียวกันหรือเปล่า การเอาหัวปักลงในงานเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว (ทั้งที่ทำเพราะความจำเป็นและพวกที่ทำมากเกินจำเป็น) คือคำตอบที่ชัดเจนนั้นหรือเปล่า
หรือพวกเขาอาจจะแค่ลืม ลืมจริง หรือแกล้งลืม ว่าที่จริงแล้วทุกชีวิตล้วนมีเวลาจำกัด และไม่ใช่ทุกชีวิตจะอยู่ได้ยาวเท่าอายุขัยเฉลี่ยตามธรรมชาติด้วย จะมาชดเชยเอาตอนโตหรือภายหลัง ก็อาจไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วก็ได้ หรือที่จริงสายสัมพันธ์ทั้งปวงก็เป็นแค่เรื่องสมมุติ ความผูกพันกันเป็นเรื่องที่ถูก romanticized แล้วเราแค่พึ่งพากันจนกว่าจะตายจากเท่านั้น?
ซึ่งฟังดูหยาบกระด้าง... เอาเป็นว่าฉันปฏิเสธที่จะเป็นพวกเดียวกับคนที่คิดแบบนั้นก็แล้วกัน
00